|
การกู้ข้อมูลจาก Storage
การจัดเก็บข้อมูลในยุคดิจิทัลนี้จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เรียกกันว่า สตอเรจ ดีไวซ์ (Storage device) ที่ปัจจุบันมีรูปร่างหน้าตาที่หลากหลายให้ได้เลือกใช้กัน แล้วแต่ความสะดวก และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพาที่เล็กกะทัดรัด แต่สามารถเก็บข้อมูลได้มากตามที่ต้องการ อย่างเช่น แฟลชไดรฟ์ (Flash drive)
นอกจากนี้ เรายังได้เห็นฮาร์ดดิสก์แบบพกพาที่มีความจุมากมายหลายกิกะไบต์ ไม่แพ้ฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยความสามารถในการเก็บข้อมูลที่มากมายขนาดนี้ จึงทำให้ผู้ใช้ หรือยูสเซอร์ หันมาเก็บข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์กันมากขึ้น และเชื่อว่า หลายคนคงเคยเจอกับปัญหาที่ไม่สามารถดึงข้อมูลเหล่านั้น ออกมาใช้งานได้ตามที่ต้องการ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นบางครั้งไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่า เกิดจากอะไร แต่ ศูนย์ IDR Lab มีคำตอบให้ค่ะ
คุณไพโรจน์ เตี่ยมังกรพันธุ์ General Manager บริษัท อินเตอร์ ดาต้า รีคัฟเวอรี จำกัด กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์มาใช้งานได้ เกิดจากสาเหตุหลักสองประการ
ประการแรก เกิดจากความเสียหายทางซอฟต์แวร์ ซึ่งบางครั้งผู้ใช้อาจไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ได้ไปทำการฟอร์แมท (Format), ดีลีท (Delete) หรือ โอเวอร์ไรท์ (Overwrite) และการกระทำอื่นๆ ทั้งนี้ รวมถึงการถูกไวรัสทำลาย โดยทั้งหมดเป็นสาเหตุของการเสียหายทางซอพท์แวร์ ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ได้
ประการที่สอง เกิดจากแมคคานิกส์ (Mechanic) ที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์เสียหาย ซึ่งความเสียหายของอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่อยู่ภายใน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เสียงดัง การไม่ดีเทคท์ ฮาร์ดดิสก์ (Detect HDD.) มีกลิ่นไหม้จากฮาร์ดดิสก์ เหล่านี้เป็นสาเหตุบ่งบอกถึงความเสียหาย
เมื่อทราบถึงสาเหตุแล้ว แน่นอนค่ะว่า เราสามารถเลือกที่จะป้องกันได้ แต่ถ้าเราไม่ได้ทำการป้องกันเอาไว้ก่อน จนStorage เกิดความเสียหายขึ้นและข้อมูลที่จำเป็นในฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถนำขึ้นมาใช้งานได้ จะทำอย่างไร... ปัจจุบันมีหนทางแก้ไขหลายแนวทาง ที่นิยมเป็นอันดับแรกคือ การ Download Software กู้ข้อมูลมาใช้กันเอง และอันดับต่อไป คือใช้บริการกับบริษัทที่รับกู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ ที่สร้างความปลอดภัยต่อข้อมูลสูงกว่านั่นเองค่ะ
"วิธีการกู้ข้อมูลจะแบ่งออกตามลักษณะของสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์เสีย ซึ่งหากการเสียของฮาร์ดดิสก์เกิดจากซอฟต์แวร์ ก็จะต้องนำซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถเฉพาะ มาเป็นตัวช่วยในการกู้ข้อมูล สามารถดาวน์โหลดได้ตามเว็บไซต์ แต่ผู้ที่จะทำการกู้ข้อมูลต้องรู้วิธีการ และสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ได้เป็นอย่างดี หากผู้กู้ข้อมูลไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ อาจทำให้เกิดความเสียหายกับข้อมูลมากขึ้น และอาจทำให้ข้อมูลเสียหายอย่างถาวร หากการเสียนั้นเกิดจากแมคคานิกส์ หรือตัวฮาร์ดแวร์ สิ่งที่จะต้องทำเป็นอันดับแรก คือการซ่อมแซมส่วนที่เสียให้สามารถใช้งานได้ก่อน แล้วค่อยทำการดึงข้อมูลที่อยู่ภายในขึ้นมา แต่ผู้ใช้งานทั่วไปไม่สามารถเปิดฮาร์ดดิสก์ได้ด้วยตัวเอง ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และความรู้เฉพาะด้าน" คุณไพโรจน์ กล่าว
ได้ยินแบบนี้แล้ว หลายคนคงเกิดคำถามว่า หากฮาร์ดดิสก์เสีย และต้องการกู้ข้อมูลนั้น สามารถทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่...? ถ้าเป็นความเสียหายทางด้านซอฟต์แวร์ ก็จะขึ้นกับความเสียหายทางด้านข้อมูล เช่น กรณีถูกเขียนทับ (Overwrite) หรือบันทึกซ้ำ ถ้าหากข้อมูลเดิมถูกทับไปมากเท่าไร โอกาสที่จะได้ข้อมูลคืนมาจะน้อยลงเท่านั้น ส่วนการเสียหายที่เกิดจากฮาร์ดแวร์ ร้อยละ 70 จะสามารถกู้ข้อมูลคืนมาได้ค่ะ
แน่นอน การกู้ข้อมูลจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งบางบริษัทจะกู้ข้อมูลให้ก่อน ซึ่งหากไม่พอใจ ลูกค้าก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการกู้ข้อมูลนี้ บอกได้เลยนะคะว่า สามารถนำไปซื้อฮาร์ดดิสก์ใหม่ได้เลย
คุณไพโรจน์กล่าวอีกว่า การที่ลูกค้ายอมจ่ายเงินที่ราคาเทียบเท่ากับฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ เพื่อให้บริษัทซ่อมฮาร์ดดิสก์ และกู้ข้อมูลให้นั้น เป็นเพราะลูกค้าต้องการข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดิสก์นั้นจริงๆ ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลสำคัญทางธุรกิจที่ไม่มีการแบ็คอัพไว้ บริษัทรับกู้ข้อมูลจึงเป็นความหวังเดียวที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง
สำหรับสิ่งสำคัญที่ควรต้องปฏิบัติเพื่อดูแลรักษาฮาร์ดดิสก์ ให้ใช้งานได้ตามปกติ คุณไพโรจน์แนะนำว่า โครงสร้างภายในของฮาร์ดดิสก์มีชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ละเอียดอ่อน และมีหลายชิ้นประกอบกัน การใช้งานที่ไม่ระมัดระวัง เกิดการกระแทก ทำให้หัวอ่านกระทบกับจาน หรือชิ้นส่วนภายในเกิดการเสียหาย ก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ใช้งานไม่ได้ทันที ผู้ใช้ควรต้องระมัดระวัง ซึ่งจากประสบการณ์ฮาร์ดดิสก์ที่เสียส่วนใหญ่ จะเป็นฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในโน้ตบุ๊ค ถึงแม้ว่า โน้ตบุ๊คนั้นถูกออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนที่ไปได้ก็จริง แต่การดูแลรักษาระมัดระวังเมื่อมีการเคลื่อนย้าย จะเป็นสิ่งที่ทำให้ใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้นานขึ้น
ส่วนการป้องกันอีกทางที่อยากจะแนะนำ คือเรื่องของการใช้ซอฟต์แวร์ ซึ่งหากผู้ใช้งานไม่เชี่ยวชาญหรือไม่ทราบถึงวิธีการใช้งานซอฟต์แวร์นั้นจริงๆ ก็ขอให้ระมัดระวัง หรือต้องศึกษาก่อนการใช้งานเพื่อที่จะได้ไม่ไปทำลายข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์โดยไม่รู้ตัวค่ะ
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลที่พัฒนามากขึ้น ได้เอื้ออำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูลให้มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่จะตามมาในอนาคต ก็คือ ภาพที่เราจะมองเห็นผู้คนที่เดินไปเดินมาบนท้องถนนพกพาข้อมูลไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นหลายสิบกิกะไบต์
และความสำคัญในการดูแลข้อมูลให้อยู่กับเราไปนานๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติ หากลองทำตามคำแนะนำของคุณไพโรจน์แล้วละก็ รับรองค่ะว่า จะสามารถรักษาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ของคุณได้นานเท่าที่ต้องการแน่นอน
ข้อมูลจาก IDR  |